นายกฯ ห่วงประชาชน ถูกพายุถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน สั่งเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

นายกฯ ห่วงประชาชน ถูกพายุถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน สั่งเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

นายกฯ ห่วงประชาชน ถูกพายุถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน สั่งเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ เฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ต.ค. ข่าวสดวันนี้ เพจเฟซบุ๊กของศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี(PMOC) เผยแพร่ข้อความว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ห่วงใยประชาชน สั่งการให้ กองทัพ กระทรวงมหาดไทย กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และวาตภัย ตลอดจนการอพยพประชาชน ขนย้ายสิ่งของประชาชนไปในที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

รัฐบาลโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)​ ได้เฝ้าระวังสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด โดยขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์ และรับฟังการแจ้งเตือนจากทางราชการ ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ 4 จังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

โดยเมื่อเวลา 08.45 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระแก้ว กาญจนบุรี ชัยนาท รวม 17 อำเภอ 36 ตำบล 93 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 479 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สถานการณ์ภาพรวมคลี่คลายแล้ว เหลือเพียงจังหวัดนครราชสีมาระดับน้ำทรงตัว ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

 

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า อิทธิพลพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) กอปรกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 7-10 ต.ค. เวลา 06.00 น. ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นคราชสีมา สระแก้ว กาญจนบุรี ชัยนาท รวม 17 อำเภอ 36 ตำบล 93 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 479 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

แยกเป็น น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำไหลหลาก มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 3 จังหวัด 14 อำเภอ 30 ตำบล 79 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 463 ครัวเรือน ดังนี้ นครราชสีมา เกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 10 อำเภอ ดังนี้ อ.ปากช่อง อ.เมืองนครราชสีมา อ.ปักธงชัย อ.โนนสูง อ.ชุมพวง อ.ห้วยแถลง อ.ทะเมนชัย อ.พิมาย อ.จักราช และอ.วังน้ำเขียว รวม 22 ตำบล 62 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 444 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ 1,950 ไร่ ปัจจุบันฝนหยุดตก ระดับน้ำทรงตัว

สระแก้ว เกิดฝนตกต่อเนื่องทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่อ.วังสมบูรณ์ อ.คลองหาด และอ.วังน้ำเย็น รวม 6 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านประชาชนได้รับผลกระทบ 7 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว, กาญจนบุรี เกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่อำเภอท่ามะกา รวม 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว

วาตภัย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 จังหวัด 3 อำเภอ 6 ตำบล 14 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 16 หลัง ดังนี้ ชัยนาท เกิดวาตภัยในพื้นที่ อ.สรรคบุรี รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2 หลัง เสาไฟฟ้าล้ม 2 ต้น, กาญจนบุรี เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.พนมทวน และอ.ศรีสวัสดิ์ รวม 5 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 14 หลัง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วน

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวสดวันนี้ ได้ที่เว็บไซต์ www.thailandhottimes.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *