“ตู่” ขอร้องม็อบ-สถานที่สําคัญ อะไรไม่ควรอย่าทํา

“ตู่” ขอร้องม็อบ-สถานที่สําคัญ อะไรไม่ควรอย่าทํา

“บิ๊กตู่” ดักคอรู้หมดแผนม็อบ 19 กันยา ฮึ่มสถานที่สำคัญอะไรไม่ควรอย่าทำ แถลงผ่านทีวีเตือนม็อบเสี่ยงทำโควิดระบาดรอบ 2 เผชิญหายนะเศรษฐกิจ-คนตายเจ็บ-ล็อกดาวน์ปิดประเทศ ยกคนไทยกำลังเจอความเจ็บปวดเร่งด่วนกว่า ขอให้วางการเมืองไว้ก่อน “บิ๊กป้อม” ปัดไม่ต้องตั้งวอร์รูม เชื่อคุมอยู่ไม่มีการปะทะ พรรคร่วมฝ่ายค้านจี้ รบ.ดูแลผู้ชุมนุมไม่ใช่คุกคาม บี้ยอมแก้ รธน.ปลดล็อกผ่าทางตัน “เสรีพิศุทธ์” ซัด “ประยุทธ์” ไร้หัวใจ ปชต. ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่ มธ.หนีม็อบสั่งหยุดงานปิดมหาวิทยาลัย 19-20 ก.ย. ติดกล้องเพิ่มประกบซีซีทีวีของ กทม. ทำเนียบฯติดสปอตไลต์เตรียมเครื่องปั่นไฟสำรองเหตุฉุกเฉิน 3 นศ.มหิดลบุกหน้า ทบ.เทสีต้านรัฐประหาร “ชวน” ชี้ ส.ส.ดูรูปโป๊เรื่องส่วนตัว ไม่ขัดระเบียบได้แค่เตือน “รณเทพ” โอดชีวิตการเมืองพัง อ้างกดรับข้อความขอความช่วยเหลือแต่กลายเป็นรูปหวิว

ทุกฝ่ายจับตามองการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมพร้อมแนวร่วมในวันที่ 19 ก.ย.เป็นจุดเสี่ยงทางการเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เตือนผู้ชุมนุมกำลังนำประเทศไปเผชิญหายนะ ทั้ง หายนะจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 รอบสอง หายนะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และหายนะจากการเสี่ยงจะมีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย

นายกฯชี้ต้องการมากสุดชาติสงบ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 ก.ย.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 63 โดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและสร้างขวัญกำลังใจให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน จากนั้นนายกฯกล่าวว่า น่ายินดีที่กรมบัญชีกลางมีผลปฏิบัติออกมาถี่ๆถึงการใช้จ่ายงบฯการเบิกจ่ายต่างๆ เราต้องทำงานให้ทันต่อเวลา การเปลี่ยนแปลง มีประสิทธิภาพ หลายอย่างล่าช้าด้วยระบบงบฯปัจจุบันพอสมควร วันนี้สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือความสงบเรียบร้อย ความมีเสถียรภาพของบ้านเมือง ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด

ลั่นไม่ได้ขู่แต่ยอมให้บานปลายไม่ได้

ต่อมาเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้ สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 ก.ย.ว่า มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำกับดูแลภาพรวม เจ้าหน้าที่ทำงานตามหน้าที่ของตัวเองไป เน้นย้ำเพียงว่าขอให้ปฏิบัติด้วยความนุ่มนวล ระมัดระวังอย่างที่สุด เพราะเป็นเด็กเป็นลูกหลานเราทั้งนั้น อาจมีหลายคนหลายฝ่ายพยายามให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่ความบานปลาย จำเป็นที่รัฐบาลต้องไม่ยอมให้เกิดขึ้น ตรงนี้ขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุมด้วย ที่ผ่านมาคนทั้งประเทศทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น และกฎหมายคืออะไร รัฐธรรมนูญคือรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญมีกฎหมายลูกอีกเป็นร้อย ไม่ใช่อ้างรัฐธรรมนูญอย่างเดียวต้องระมัด ระวังด้วย ตนไม่ได้ขู่ใคร แต่ประเทศชาติอยู่ด้วย กฎหมาย หลักการและเหตุผลกฎหมายแต่ละฉบับ ถ้าทุกคนตั้งใจจะฝ่าฝืนกฎหมาย ไปกระทบคนอื่นคนทั้งประเทศเขาจะยินยอมหรือไม่ ไม่ได้ไปขัดแย้งถ้าท่านจะชุมนุมอ้างตามรัฐธรรมนูญอ้างไป แต่ที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายเดือดร้อน ขอให้มีจิตสำนึกด้วย เพราะท่านคือคนไทย หากประเทศไทยเกิดปัญหาขึ้น ต้องร่วมกันรับผิดชอบ คงไม่ใช่นายกฯหรือรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว

ดักคอรู้แผนรู้ใครชักใยเบื้องหลัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ตนทราบอยู่แล้วเขาจะทำอะไรบ้าง ไปที่ไหนอย่างไร เพียงแต่ว่าขอให้ระมัดระวังที่สุด หลายคนพูดแล้วทำให้เกิดความเชื่อมั่นเชื่อถือ โดยไม่ได้รู้ว่าสิ่งที่พูดมันเป็นอันตราย ทำได้หรือไม่ได้ แต่ทุกคนก็พูดให้เพื่อปลุกเร้าสิ่งนี้อันตรายที่สุด เราผ่านบทเรียนมามากพอสมควรแล้ว บางครั้งคนเดิมๆที่วันนี้ยังทำเช่นนั้นอยู่ ทุกคนทราบดี คงไม่ไปเอ่ยถึงใครให้มีปัญหากันอีก แต่ทุกคนต้องมีจิตสำนึก ตราบใดที่ทุกคนยืนในประเทศไทยต้องร่วมกันทำให้ประเทศชาติ ประชาชนปลอดภัย อยากจะอดทนอย่างยิ่งยวดอยู่แล้ว เห็นได้เวลาที่ผ่านมาพยายามอดทนหาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ทำให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ ขอความเป็นธรรมด้วย เพราะหลายคนหลายส่วน ธุรกิจต่างๆยังเดือดร้อน ถ้ามันไปไม่ได้ใครจะช่วยกันดูแลต่อไป ใครจะรับผิดชอบ อยากให้คิดให้ครบถ้วนกระบวนความ และจากการทำงานของรัฐบาล ได้ทำหลายอย่างให้กับประเทศ เมื่อตนเป็นนายกฯต้องทำหน้าที่ ไม่ต้องการให้ใครมาชื่นชม ภูมิใจว่าทำสิ่งเหล่านี้เพื่อคนไทย ขอให้นึกถึงคนอีก 60 กว่าล้านคนด้วย เขาจะลำบากเดือดร้อนหรือไม่ ถ้าประเทศชาติวุ่นวาย ถ้าทุกอย่างหยุดวันนี้แล้วใครจะทำ จะทำได้หรือไม่ ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทุกคน ถ้าเรามัวแต่ขัดแย้งทะเลาะอยู่แบบนี้ไม่ว่าใครจะมาก็ไปไม่ได้ ประเทศชาติจะอยู่ได้ไหม

ฮึ่มสถานที่สำคัญอะไรไม่ควรอย่าทำ

นายกฯกล่าวว่า จะชุมนุมจะอะไรก็แล้วแต่ เป็นสิทธิของท่าน แต่สิทธิคนอื่นจะว่าอย่างไร เรื่องสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญจะว่าอย่างไร อะไรที่ไม่สมควรก็อย่าไปกระทำ ตรงนี้ขอร้องว่าอะไรที่ไม่ควร ไม่ถูก สถานที่ราชการต่างๆเหล่านี้มีกติกา กฎหมายอยู่แล้ว ไม่ควรปฏิบัติให้เกิดปัญหากระทบ กระทั่งระหว่างกัน สิ่งเหล่านี้เป็นกติกาของประเทศ เป็นกฎหมายของประเทศที่ทุกคนจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากการกระทำ อย่างที่เขาพูดว่า “You get what you pay” ภาษาฝรั่งเขาพูดอย่างนี้ ท่านทำอะไรท่านได้อย่างนั้น ตัวเองไม่ได้เดือดร้อน แต่ประเทศชาติเดือดร้อน คนอื่นเดือดร้อน เมื่อทุกคนบอกรักชาติ รักประเทศ ต้องการแก้ไขประเทศต้องเริ่มจากการแก้ไขตัวเองเสียก่อน ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนปุ๊บเป็นแบบนั้นเลยทีเดียว ลองไปดูว่าทำได้หรือไม่ กฎหมายเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า หากชุมนุมเคลื่อนมาใกล้เขตพระราชฐาน จะให้ข้อคิดอย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า “กฎหมายคือกฎหมาย”

“บิ๊กป้อม” ยันไม่ตั้งวอร์รูมคุมได้ไร้ปะทะ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกฯมอบหมายให้ดูแลการชุมนุมต้องเตรียมรับมืออย่างไรว่า เจ้าหน้าที่เขาดูแลอยู่ เมื่อถามว่าต้องตั้งวอร์รูมที่ทำเนียบฯหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องตั้งๆ ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการเตรียมรับมือม็อบที่จะมาชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ต้องดูแลไม่ให้ปะทะกัน มีระเบียบอยู่แล้วว่าการชุมนุมจะไม่ให้เข้าใกล้สถานที่สำคัญ เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าม็อบกับเจ้าหน้าที่รัฐจะปะทะกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “คุณรู้ได้อย่างไรว่าจะมีการปะทะ” เมื่อถามต่อว่าทุกม็อบที่ผ่านมาก็มีการปะทะกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ม็อบนี้อาจไม่เป็นก็ได้ เมื่อถามว่ามีการรายงานจำนวนผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร หน่วยความมั่นคงไม่ได้แจ้งมา ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดูแลอยู่แล้ว ถึง อย่างไรต้องดูไม่ให้มีการปะทะกัน

มั่นใจดูแลให้สงบเรียบร้อยได้

เมื่อถามว่าในฐานะที่ดูแลความมั่นคงให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะควบคุมการชุมนุมให้เรียบร้อย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ได้สิ ต้องได้สิ ถ้าควบคุมไม่ได้ มันก็ไม่ได้สิ” เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยกับม็อบเพื่อไม่ให้ชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าจะยืดเยื้อหรือไม่อยู่ที่พวกคุณ เมื่อถามว่ามั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าทำเนียบฯ จะไม่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมเข้ามา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “จะมั่นใจหรือไม่มั่นใจก็แล้วแต่คุณ จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ ผมต้องดูแลของผม ไม่ต้องเป็นห่วง ผมต้องดูแลความสงบ ให้เกิดขึ้นให้ได้” เมื่อถามย้ำว่า จะเจรจากับม็อบให้ชุมนุมสิ้นสุดแค่วันอาทิตย์ไม่ให้ค้างคืนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้เขาได้อย่างไร คุณลองไปถามเขาดูสิ เมื่อถามว่าตอนนี้บรรดานักลงทุนรอดูการชุมนุมอยู่ มีผลด้านเศรษฐกิจด้วย จะสร้างความมั่นใจอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รัฐบาลทำตามหน้าที่อยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอก คุณถามอะไรก็ไม่รู้

 

“บิ๊กตู่” ติงม็อบเสี่ยงทำโควิดระบาดรอบ 2

ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว. กลาโหม ออกแถลงการณ์เรื่องการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ในโลก ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯระบุว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกไม่ค่อยจะดีนัก อาจส่งผลต่อประเทศไทยเราด้วยในช่วงเวลาข้างหน้า กำลังเกิดการระบาดของโควิดครั้งใหญ่ระลอกใหม่ทั้งในยุโรปและที่อื่นๆ จึงอยากขอพี่น้องประชาชนทุกคนลุกขึ้นมาตั้งการ์ดให้สูงขึ้นอีกครั้ง รักษาวินัยที่ดีไว้เพราะสงครามกับโควิดจะยังอยู่ไปอีกนาน ขอใช้โอกาสนี้พูดกับคนกลุ่มต่างๆที่อยากจะออกมารวมตัวกันประท้วงด้วยเหตุผลต่างๆ เมื่อมารวมตัวกัน ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาล ที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ในประเทศไทย ขณะเดียวกันกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำลายการทำมาหากินของคนไทยด้วยกัน อีกสิบๆล้านคน การจุดชนวนการแพร่ระบาดโควิดให้เสี่ยงจะลุกโชนขึ้นมาอีก จะส่งผลกระทบที่เลวร้ายและทวีคูณปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยไปสู่ระดับที่เรายังไม่เคยเจอมาก่อน ผมขอให้ทุกท่านคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มาก ในประเทศอื่นการรวมตัวกัน และการไม่รักษาวินัยในการป้องกันโรคระบาดได้สร้างปัญหาให้ประชาชนคนอื่นๆในประเทศตัวเองมาแล้ว

จุดไฟวุ่นวายขู่กลับไปล็อกดาวน์ ปท.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราจึงไม่ควรทำอะไรก็ตามที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้ประเทศไทยต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง เหมือนเมื่อเดือน มี.ค.และ เม.ย.จะยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนและเจ็บปวดให้กับทุกคน ขอบอกทุกคนที่อยากจะออกมาชุมนุมชัดๆว่าได้ยินสิ่งที่ท่านพูด รับทราบความคับข้องใจของพวกท่านเรื่องการเมืองและความไม่พอใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เคารพความคิดเห็นและความรู้สึกของท่าน แต่วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดเร่งด่วนที่จำเป็นต้องจัดการก่อน นั่นคือการบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจที่โควิดได้ก่อให้เกิดขึ้นไปทั่วโลก ไม่ควรทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งไปกว่านี้ การชุมนุมจะทำให้การฟื้นเศรษฐกิจเกิดการล่าช้า จะทำลายความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ สร้างความลังเลใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาเมืองไทย เมื่อถึงเวลาที่เราพร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง การชุมนุมสร้างความวุ่นวายในประเทศ และทำลายสมาธิการทำงานของภาครัฐในการจัดการกับโควิดและปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน อยากขอให้เราเอาชนะโควิดและผ่านวิกฤติโลกครั้งนี้ไปด้วยกัน ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยกลับมาที่เรื่องการเมือง

ยกเยอรมนีจัดการประท้วงเด็ดขาด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลายประเทศใช้ความเด็ดขาดในการยุติการประท้วง เพื่อไม่ยอมให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด หลายประเทศ ห้ามไม่ให้มีการรวมตัวใดๆ อย่างเยอรมนี เมื่อมีการประท้วงของคนกว่า 38,000 คน มีผู้ถูกจับดำเนินคดีมากกว่า 300 คน แต่สิ่งที่สั่งการไปขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยความนิ่มนวล ยังเชื่อว่าผู้จะออกมาประท้วง จะตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ควรต้องระมัดระวังและอยู่ในขอบเขตขอฝากไปถึงทุกคนที่จะออกมารวมตัวกันว่าขอให้นึกถึงพี่น้องคนไทยด้วยกันให้มากๆ คนไทยอีกเป็นสิบๆล้านคนที่จะได้รับผลกระทบจากที่ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงการเจ็บป่วยจากโควิด เพิ่มความเสี่ยงให้ต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง

ขู่เสี่ยงหายนะ ศก.-ตายเป็นหมื่น-ปิด ปท.

“ภารกิจของผมชัดเจน ต้องปกป้องคนไทยไม่ให้สูญเสียในชีวิต เป็นหมื่นๆชีวิต เหมือนในประเทศอื่น ป้องกันหายนะทางเศรษฐกิจที่จะตามมาจากการเสียชีวิตของผู้คน และหายนะที่จะตามมาจากการล็อกดาวน์ เรายังต้องระมัดระวังการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ขณะที่ทำอย่างนั้นก็รู้ถึงความเจ็บปวดของทุกคนที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยว ผมรู้สึกจริงๆว่าทุกคนเจ็บปวด หลายครั้งผมนอนไม่หลับ เมื่อคิดถึงจำนวนคนที่ต้องตกงาน จำนวนธุรกิจที่ต้องปิดกิจการลง เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก ไม่มีทางออกไหนที่ไม่มีความเจ็บปวดรออยู่ การเปิดประตูประเทศ อาจทำให้มีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาระดับหนึ่ง แต่เราก็รู้ว่าจะมีโควิดเข้าประเทศมาด้วยแน่นอน สิ่งที่กังวลคือหากเกิดการระบาดใหญ่เป็นวงกว้างในประเทศ เราอาจจะไม่สามารถรับมือได้ ถ้ามันเกิดขึ้นแบบนั้น ความเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจปากท้องจะยิ่งรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ จะไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับภาคการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่จะส่งผลกับทุกภาคส่วนในสังคม พี่น้องครับ เรากำลังเดินเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะยิ่งยากลำบากมากขึ้น เราจึงควรวางเรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน แล้วจับมือร่วมแรงร่วมใจกัน ผ่านพ้นความยากลำบากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประวัติศาสตร์โลกไปให้ได้ ขอให้ทุกคนยกการ์ดของตัวเองให้สูงอีกครั้ง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม และโชว์สปิริตความเป็นไทยต่อไป ร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะโควิดไปให้ได้”

 

ฝ่ายค้านแถลงการณ์จี้ รบ.ดูแลผู้ชุมนุม

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่อาคารรัฐสภา หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรค ร่วมออกแถลงการณ์เรื่อง สิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนและการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหาทางออกให้ประเทศ โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์สรุปว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เข้าสู่ภาวะวิกฤติจากการบริหารที่ผิดพลาดและสร้างรัฐธรรมนูญ ก่อสารพัดปัญหานำไปสู่ทางตัน จนนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 19 ก.ย. ดังนั้น 1.รัฐบาลต้องคุ้มครองอำนวยความสะดวก เปิดพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยปราศจากการคุกคาม ควรต้องนำข้อเรียกร้องของนักศึกษาไปพิจารณาข้อดีข้อเสียหาทางออก

บี้ร่วมมือแก้ รธน.ปลดล็อกผ่าทางตัน

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า 2.ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายผลักดันร่างแก้ไขมาตรา 256 ให้มี ส.ส.ร.นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปลดล็อกประเทศจากทางตัน 3.ขอให้ ส.ว.ร่วมมือ อำนาจเลือกนายกฯตามมาตรา 272ต้องถูกยกเลิก เพื่อยุติความขัดแย้งที่นับวันจะขยายตัวไม่มีที่สิ้นสุด วันที่ 19 ก.ย. ส.ส.ในคณะทำงานคณะ กมธ. การปกครอง เชื่อว่าการชุมนุมจะปราศจากอาวุธ แต่เป็นห่วงว่าผู้มีอำนาจอาจทำให้เกิดปัญหาเอง ส่วนการแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถาบันฯสามารถทำได้ และที่ผ่านมานักศึกษาก็ได้พูดกันไปแล้ว

แซะ “บิ๊กตู่” เลือกทางออกหรือทางตัน

นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาชาติ กล่าวว่า เสียใจที่ มธ.ไม่ให้ใช้สถานที่แสดงออก เป็นตราบาปของสถาบัน อยากขอให้ผู้บริหารทบทวนการตัดสินใจ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยไม่ใช่ของผู้บริหารหรือรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อธิการบดีมหาวิทยาลัยสำคัญ 16 สถาบัน เคยมาชี้แจง กมธ.งบฯ ที่สภาฯ เคยตั้งคำถามว่าถ้านักศึกษาประชาชนมีปัญหาจะเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาใช้พื้นที่หรือไม่ ทุกคนโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอบตรงกันว่าจะให้ใช้พื้นที่ ตอนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น หากใครอยากได้รายละเอียดขอเชาวเลขการประชุมไปตรวจสอบได้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายกฯต้องเลือกว่าจะหาทางออกหรือทางตันให้ประเทศ ถ้าจะหาทางออกต้องเปิดพื้นที่สาธารณะ แค่ถ้าทางตันผลักเยาวชนให้ไปอยู่ในโลกโซเชียลอย่างเดียว เป็นการปิดกั้นความคิดของนักศึกษา อีก 2-3 วันนี้ยังมีเวลาจะเลือกว่าให้ประเทศเดินไปทางไหน ถ้าผลักไปสู่ทางตันบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ จึงขอให้ทุกคนร่วมกันคิดหาอนาคตของประเทศด้วยกัน

“ชัยธวัช” บี้คนอ้างสถาบันฯ รับผิดชอบ

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงข้อกังวลข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันฯว่า มีบางฝ่ายเอาประเด็นสถาบันฯเข้ามาเกี่ยวข้องมากว่า 10 ปีแล้ว นักเรียนนักศึกษาได้พูดถึงระบอบประชา-ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง เพราะเติบโตมาในภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ที่มีการยกเรื่องสถาบันฯมาโจมตีกัน กระทั่งเป็นเงื่อนไขต่อต้านล้มล้างรัฐบาลบางชุด การรัฐประหาร 2 ครั้งอ้างว่าเข้ามาเพื่อปกป้องสถาบันฯ ปัญหาการดึงสถาบันฯมาเกี่ยวข้องกับการเมืองมีมานาน มีหลายฝ่ายเคยกล่าววิพากษ์วิจารณ์ตักเตือนด้วยความหวังดีตลอดมา ระวังสุดท้ายจะไปกระทบกระเทือนกับสถาบันฯในที่สุด ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทำให้เห็นว่าคำเตือนเหล่านั้นกำลังจะเป็นจริง ความรับผิดชอบในวันนี้ถึงที่สุดฝ่ายต่างๆที่เคยหยิบยกประเด็นสถาบันฯมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งผู้นำรัฐประหาร ผู้นำกองทัพ ควรต้องรับผิดชอบว่าสังคมไทยจะหาทางออกอย่างไรกับปมเงื่อนที่พวกเขาได้ผูกไว้และโตมากขึ้น ไม่ควรโยนให้นักเรียนนักศึกษา

“เสรี” หยันนายกฯ จะไม่มีแผ่นดินอยู่

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่มีหัวใจที่เป็นประชาธิปไตย เหมือนกับพวกเราที่ผ่านการเลือกตั้งเข้ามา จึงเชื่อว่านายกฯจะไม่ยอมรับฟังการที่ข้อเสนอของนักศึกษา ประชาชน ที่จะมาอภิปรายในการชุมนุม ที่ผ่านมานายกฯบริหารงานล้มเหลวงบฯไม่เพียงพอจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อนาคตอาจไม่มีเงินเดือนจ่ายให้ข้าราชการ “ขอให้นายกฯยอมรับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นและยอมรับความผิดพลาด ทุกวันนี้นายกฯยังไม่ยอมรับความผิดและบอกให้ประชาชนสนับสนุนการทำงาน สมองมึงบ้าไปหรือไม่ ผู้นำที่ดีจะต้องมีทั้งความซื่อสัตย์ กล้าหาญ เสียสละ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีตรงนี้และหากยังดึงดันไม่ยอมรับสภาพเช่นนี้ต่อไป ให้ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่

มธ.สั่งหยุดงาน 19–20 ก.ย. หนีม็อบ

สำหรับการเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ 17 ก.ย. นายมุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. ได้ลงนามบันทึกข้อความถึงคณาจารย์ เจ้าหน้าที่คณะนิติศาสตร์ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงขอความร่วมมือให้งดการเรียนการสอนและงดการติดต่อระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย.ให้ปิดประตูทางเข้า-ออกฝั่งสนามหลวงและท่าพระจันทร์ ให้เข้าทางประตูท่าพระอาทิตย์ประตูเดียวและต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานหรือบัตรประชาชนผ่านเข้า-ออก แจ้งเหตุผลความจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ให้เป็นไปตามแนวทางของฝ่ายความมั่นคงและ มธ. คณะนิติศาสตร์ของดการเรียนการสอนและการติดต่อ ที่ท่าพระจันทร์ วันที่ 19-20 ก.ย. และจำเป็นต้องปิดประตูเข้าออกทุกจุด ขอความร่วมมือคณาจารย์และเจ้าหน้าที่งดเว้นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ หากจำเป็นเร่งด่วนให้แจ้งหัวหน้างานธุรการเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ส่วนกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัย

ติดกล้องเชื่อมอินเตอร์เน็ตสอดส่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เอาต์ซอร์สแห่งหนึ่ง นำกล้องมาติดตั้งเสริมบนเสาไฟฟ้าคู่กับกล้อง cctv ของ กทม.และติดตั้งบริเวณเต็นท์จุดคัดกรองต่างๆโดยรอบรวมประมาณ 40 ตัว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ บริษัท กสทโทรคมนาคมหรือ CAT เดินสายสัญญาณสื่อสารเชื่อมต่อเข้าไปที่กล้องเพื่อดึงสัญญาณภาพรับชมแบบสดๆได้ ซึ่งผู้ที่ดำเนินการติดตั้ง ต่างปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าเป็นหน่วยงานไหน ขณะที่บริเวณทางเข้าพื้นที่รอบท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงชนบทนำเต็นท์สีขาว พร้อมไฟฟ้าส่องสว่างเข้าติดตั้งรอบพื้นที่จำนวน 19 จุด เพื่อใช้เป็นจุดพักและคัดกรองผู้เข้าร่วมชุมนุม

สั่งบุคลากรออกพ้นพื้นที่ก่อน 2 ทุ่ม 18 ก.ย.

ต่อมาช่วงค่ำ ส่วนราชการ งานบริหารสำนักงานท่าพระจันทร์ กองบริหารศูนย์ท่าพระจันทร์ ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 17 ก.ย.63 ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานดำเนินการในวันที่ 18 ก.ย.63 ดังต่อไปนี้ 1.ขอให้บุคลากรทุกหน่วยงานออกนอกพื้นที่ของมหาวิทยาลัยก่อนเวลา 20.00น.เป็นต้นไป 2.ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาจอดค้างคืนในพื้นที่มหาวิทยาลัย 3.หากมีเหตุฉุกเฉินต้องรักษาความปลอดภัยติดต่อได้ที่เบอร์ 123, 3000 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ในพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สั่งเก็บเอกสารสำคัญ–ห้ามรถค้างคืน

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม 302 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง เรียกประชุมหัวหน้าทุกหน่วยงานซักซ้อมเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัย จากนั้น พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.4 บก.ส.3 รับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบฯ เปิดเผยว่า จะเคลื่อนย้ายสิ่งของสำคัญโดยเฉพาะเอกสารทางราชการสำคัญไปเก็บรักษาที่อื่นชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. และเคลื่อนย้ายรถที่จอดค้างคืนในทำเนียบฯ การเข้าออกทำเนียบฯ ตั้งแต่เย็นวันที่ 18 ก.ย.เป็นต้นไป จะให้ เฉพาะผู้มีบัตรออกโดยทำเนียบฯ หากจำเป็นจะไม่ให้คนนอกเข้ามา เจ้าหน้าที่กองสถานที่ยานพาหนะและรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกฯ ได้เผยแพร่เอกสารขอความร่วมมือห้ามจอดรถยนต์ชั่วคราววันที่ 18 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ถึงวันที่ 20 ก.ย. หากมีภารกิจไปราชการต่างจังหวัดและประสงค์จะจอดรถยนต์ไว้ ขอให้ติดต่อกลุ่มบริหารการรักษาความปลอดภัยกองสถานที่ฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2288-4355 หรือ 0-2288-4302 เพื่อจัดที่จอดรถให้ที่บ้านพิษณุโลกและบ้านมนังคศิลา

น.ติดสปอตไลต์รอบทำเนียบฯ

ขณะที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ปรับปรุงระบบแสงสว่างโดยรอบและภายในทำเนียบฯ วางระบบสายไฟใหม่เพื่อติดตั้งสปอตไลต์ตามเสาไฟฟ้า มากกว่า 10 จุดทั้งจะนำเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าสำรองประมาณ 2 เครื่องมาติดตั้งกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในวันที่ 18 ก.ย.โดยจัดเจ้าหน้าที่ กฟน.มาประจำ 5-6 คน มาดูแลจนกว่าสถานการณ์การชุมนุมจะคลี่คลาย

“อานนท์” ขึ้นมอบตัว สภ.ลำปาง

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ สภ.เมืองลำปาง อ.เมืองลำปาง นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมทนายเข้าพบ ร.ต.อ.จิตติพงศ์ จินาเคียน รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ตามหมายเรียกในข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆในสถานที่แออัดหรือยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ชุมนุมทำกิจกรรม หรือมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หลังจัดกิจกรรม “ลำปางรวมการเฉพาะกิจ รวมพลคนไม่ทนในลำปาง” ที่ข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา เทศบาลนครลำปางเมื่อวันที่ 26 ก.ค.63 เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหาได้รับปล่อยตัว

เชื่อ 19 กันยาไร้ความรุนแรง

นายอานนท์กล่าวว่า 19 ก.ย. ไปร่วมชุมนุมและขึ้นปราศรัยอย่างแน่นอน ถ้ามีคนไปร่วมถึงแสนการแก้รัฐธรรมนูญจะง่ายขึ้น ส.ว.คงอยู่ไม่ได้ ไปน้อยบ้านเมืองตกต่ำต่อไป ความรุนแรงน่าจะไม่มี ถ้ามีคงเป็นพวกก่อกวน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมเอาอยู่ ส่วนกำลังทหารคงเตรียมพร้อมไม่ออกมาทำอะไรนอกเหนือจากหน้าที่เบื้องต้น คงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง อยากให้รัฐบาลฟังเสียงคนรุ่นใหม่ว่า เขาคิดอะไร แพ้ชนะมันคนในประเทศเดียวกันทั้งนั้นให้มาพูดคุยกันหาทางออกร่วมกัน ข่าวสดวันนี้

3 นศ.มหิดลบุก ทบ.เทสีต้าน รปห.

ต่อมาเวลา 17.00น. ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายณวิบูลย์ ชมภู่ นายกวินทร์ วิชาดี พิชญภิรมย์ และ น.ส.ฉัตรมณี อาจสมบูรณ์ นศ.จากมหาวิทยาลัยมหิดล แกนนำกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา พากันมาจัดกิจกรรมต่อต้านรัฐประหาร “Bloody Purity เลือดล้างมลทิน รัฐประหารไม่ใช่ทางออกของแผ่นดินไทย” โดยใช้สีแดง สีขาว เทราดลงไปบนเสื้อทหาร รถถังและปืนของเล่นสีแดงสื่อถึงความรุนแรงและเลือดเนื้อของประชาชน สีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ หรือการฟอกขาวในวัฒนธรรมการเมืองไทย ก่อนอ่านแถลงการณ์เรียกร้องต่อรัฐบาล

ตร.ขอนแก่นบุกค้น “บ้านดาวดิน”

เวลา 12.30 น. พ.ต.อ.ธน พรรณานนท์ ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังตำรวจและฝ่ายปกครองรวมกว่า 20 นาย นำหมายค้นของศาล จ.ขอนแก่น ที่ 300/2563 ลงวันที่ 17 ก.ย.เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 148/25 ม.14 ซ.อดุลยาราม 1/3 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ที่ทำการของสมาชิกกลุ่มดาวดิน เพื่อตรวจยึดเอกสารหลักฐานประกอบการสอบสวนไต่สวนมูลฟ้อง ทั้งนี้ ระหว่างการขอเข้าตรวจค้นสมาชิกกลุ่มดาวดิน และแกนนำกลุ่มนักศึกษากระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ก่อนที่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) และทีมทนายความมาสมทบ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดป้ายของกลุ่มนักศึกษารวม 17 ป้าย และเดินทางกลับโดยไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆต่อสื่อมวลชน

ประณามคุกคามประชาชนชัดเจน

นายนวพล ต้นงาม แกนนำกลุ่ม UNME ขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตรวจยึดป้ายที่ใช้ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา รวมทั้งป้ายที่เตรียมใช้ชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯทั้งหมด 17 ป้าย ต้องเร่งทำป้ายใหม่ให้ทัน การกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามประชาชนชัดเจน

นศ.โคราช 5 มหาวิทยาลัยร่วมลุย

ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเยาวชน นิสิต นักศึกษา ที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ จะเป็นระดับแกนนำจากมหาวิทยาลัยดัง 5 แห่ง อาทิ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.ราชภัฏนครราชสีมา ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน แกนนำนักเรียน ร.ร.สุรนารี รวมประมาณกว่า 100 คน ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงได้มีการประสานงานกันเดินทางไปร่วมชุมนุม แต่อ้างว่าไปสนับสนุนให้กำลังใจ ซึ่งจะมีแกนนำอำเภอต่างๆ 32 อำเภอ นัดหมายแบบทยอยกันไป ให้สวมใส่เสื้อผ้าปกติหลากสี จะใส่เสื้อแดงก็ไม่ห้าม เบื้องต้นได้สมาชิกกว่า 500 คน โดยนายสมโภชน์ ประสาทไทย อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อดีตแกนนำ นปช. เปิดเผยว่า ไปร่วมชุมนุมแบบไปใครไปมัน เพื่อให้กำลังใจเท่านั้น เท่าที่ทราบมีประมาณ 500-600 คน เราไปกันอย่างสงบสันติ

นักเรียนชายแดนใต้ไม่ยุ่งการเมือง

ที่บริเวณลานสนามหน้าเสาธง โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา (สอนศาสนา) ตั้งอยู่ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ตัวแทนนักเรียนมัธยมศึกษาชาย-หญิง 300 คน ร่วมกันถือธงชาติไทยโบกสะพัดหลังจากทำความสะอาดแสดงออกเป็นเชิงสัญลักษณ์ เชิญชวนนักเรียนสังกัดโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา และโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ.นราธิวาส ทั้ง 3 เขต รวมทั้งนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีความปรองดองรู้รักสามัคคี และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากบ้านเมืองมีความวุ่นวายและบอบช้ำมามากแล้ว

“ศรีฯ” ร้องสรรพากรสอบท่อน้ำเลี้ยง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า หลังยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ง.ขอให้ไต่สวนสอบสวนบุคคลที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงหรือผู้สนับสนุนให้การชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายครั้งที่ผ่านมา ล่าสุดมีบุคคลต่างๆที่ประกาศตัวเป็นท่อน้ำเลี้ยงและกลุ่มผู้จัดงานชุมนุมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเปิดบัญชีธนาคารขอรับเงินบริจาค ทำให้เกิดข่าวเล็ดลอดมาจากกลุ่มพวกเดียวกันว่ามีการนำเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัวหรือมีการหักหัวคิว หากินกับการจัดม็อบอ้างประชาธิปไตยบังหน้า ล่าสุดมีการเปิดแผลให้พวกเดียวกันทราบ กรณีเซเลบหรือขอทาน เหตุเกิดที่ จ.เชียงราย เป็นต้น สมาคมฯจึงจะนำรายชื่อผู้ที่เปิดบัญชีธนาคารรับเงินบริจาคเพื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยง เพื่อให้กรมสรรพากรใช้เป็นข้อมูลประเมินภาษีของผู้ถือบัญชีต่อไป สมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องวันที่ 18 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่กรมสรรพากร ซอยพหลโยธิน 7 พญาไท กทม.

พท.ถอนร่างแก้ รธน.บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา เมื่อวันที่ 16 ก.ย.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝายค้าน ได้ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ขอถอนรายชื่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล และประชาชาติ 136 คนจากจำนวน 187 คนออกจากญัตติการยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้งให้มีการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย.63 เนื่องจากยังมีเนื้อหารายละเอียดไม่สมบูรณ์ จากนั้นได้ยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การแก้ไขระบบเลือกตั้งให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดเรียบร้อย เสนอยื่นต่อสภาฯเข้าไปใหม่

 

 

ที่มา : www.thairath.co.th

 

ติดตาม ข่าวสดวันนี้  ได้ที่เว็บไซต์  www.thailandhottimes.com

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *